เคยสังเกตไหมว่าบางครั้งเราตอบสนองแรงเกินเหตุไปมาก เรื่องเล็กนิดเดียวแต่ใจพังทั้งวัน หรือบางทีก็วนอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่ามันทำให้เจ็บ
Internal Family Systems หรือ IFS มองว่าใจเราไม่ได้มีเสียงเดียว แต่มีหลาย part อยู่ข้างใน บาง part คอยปกป้อง บาง part คอยจัดการชีวิตให้เรียบร้อย และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกผลักไปอยู่หลังสุด คอยแบกความเจ็บปวดทั้งหมดไว้คนเดียว เราเรียกกลุ่มนี้ว่า exile หรือส่วนที่ถูกเนรเทศ
exile คืออะไร
ลองนึกภาพตอนที่เราเกิดมา ข้างในตัวเรามีส่วนที่ช่างสงสัย สร้างสรรค์ อ่อนไหว รักการเรียนรู้ และมีความสุขได้ง่าย ๆ นั่นคือตัวตนดั้งเดิมของเรา
แต่พอส่วนเหล่านี้ออกไปเจอโลกข้างนอก บางส่วนก็เจ็บ อาจจะจากประสบการณ์ตรง จากสิ่งที่สังคมบอกเรา หรือจากสิ่งที่ครอบครัวส่งต่อกันมา และเมื่อการเป็นตัวเองแบบเดิมมันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนนั้นก็ถูกผลักไปซ่อน พร้อมกับความเชื่อและความรู้สึกหนัก ๆ ที่มันต้องแบกไว้ เราเรียกของหนักพวกนี้ว่า burden
burden มาจากไหนบ้าง
จากความสัมพันธ์ใกล้ตัว
เกิดขึ้นเมื่อความรู้สึกหรือความต้องการของเราถูกมองข้าม ถูกลดค่า หรือถูกบอกว่าไม่สำคัญ
ลองนึกภาพเด็กสองขวบที่พ่อแม่ไปส่งที่โรงเรียน ตอนเช้าดูปกติดี แต่ระหว่างวันเด็กเหงา คิดถึงบ้าน พอเย็นเจอพ่อแม่ เขาก็แสดงออกด้วยวิธีที่เด็กวัยนั้นทำได้ คือเกาะแจ ร้องงอแง เรียกร้องความสนใจ ถ้าวันนั้นบังเอิญเป็นวันที่พ่อแม่เหนื่อยหรือเจอเรื่องหนักมา คำที่หลุดออกมาอาจเป็น "หยุดงอแงเดี๋ยวนี้" หรือ "โตแล้วยังทำตัวแบบนี้อีก"
เด็กไม่ได้เข้าใจว่าพ่อแม่แค่หมดพลัง สิ่งที่ส่วนหนึ่งของเขาสรุปได้คือ "อารมณ์ของฉันมันมากเกินไป" หรือ "แบบนี้แล้วไม่มีใครรัก" ความรู้สึกนั้นก็ค้างอยู่ในระบบตั้งแต่ตอนนั้น
จากวัฒนธรรม
คือข้อความที่สังคมส่งมาเกี่ยวกับตัวตนของเรา เพศ เชื้อชาติ รูปร่าง ความสามารถ พวกนี้เหมือนเศษแก้วที่ค่อย ๆ ฝังลึกเข้าไปโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
จากมรดกครอบครัว
คือความเจ็บที่ส่งต่อกันมาเป็นรุ่น ๆ ความทุกข์ของพ่อแม่ ความกลัวของคุณยาย ความโกรธที่ไม่เคยมีใครคลี่คลาย เราแบกน้ำหนักที่เราไม่ได้เป็นคนทำให้เกิด
แล้วใครคอยกันไม่ให้เราเจ็บ
พอ exile แบกของหนักไว้ ระบบข้างในก็ต้องหาทางไม่ให้ของหนักนั้นโผล่ขึ้นมา part อื่น ๆ เลยขยับเข้ามารับบทเป็น protector หรือส่วนที่คอยปกป้อง ซึ่งแบ่งได้เป็นสองแบบ
manager
คอยจัดระเบียบชีวิตล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เราต้องเจ็บอีก เช่น ความเป๊ะ การวิจารณ์ตัวเองก่อนที่คนอื่นจะทัน หรือการอ่านสถานการณ์ตลอดเวลาว่าใครกำลังคิดอะไรอยู่
firefighter
จะพุ่งเข้ามาตอนที่ความเจ็บทะลุออกมาแล้ว มันมาเร็วและแรง เช่น หนีเข้าไปในเกม ดูคลิปยาว ๆ กินไม่หยุด หรือระเบิดอารมณ์ใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุด
ทั้งสองแบบไม่ได้อยากทำร้ายเรา มันแค่ทำงานที่มันเคยเชื่อว่าจำเป็น
สิ่งที่ exile ตามหา
ตรงนี้สำคัญมาก exile ไม่ได้รอให้ใครมาซ่อมมัน มันรอการไถ่คืน ต่างหาก
ความหวังลึก ๆ ของมันคือ "ถ้าฉันทำให้คนแบบนั้นรักฉันได้ ทุกอย่างก็จะหายไป" มันเลยพาเราไปหาคนที่คล้ายกับคนที่ทำให้มันเจ็บครั้งแรก แล้ววนซ้ำฉากเดิมอีกรอบ นี่คือเหตุผลที่ความสัมพันธ์ของหลายคนเหมือนหนังเรื่องเดิมที่ฉายซ้ำไม่จบ
เรามี exile อยู่ไหม ลองสังเกตจากตรงนี้
- ตอบสนองแรงเกินเหตุ เรื่องเล็ก ๆ เกิดขึ้น แต่ปฏิกิริยาข้างในเหมือนโลกกำลังจะแตก
- วนรูปแบบเดิม ทั้งความสัมพันธ์ งาน มิตรภาพ เหมือนดูหนังเรื่องเดียวกันซ้ำ ๆ
- อารมณ์ที่รู้สึกว่าไม่ใช่ของตอนนี้ จู่ ๆ ก็อาย เศร้า หรือกลัวหนักมากโดยไม่มีเหตุที่ตรงกัน
- ประโยค "ฉันไม่ควร" เช่น ฉันไม่ควรโกรธ ฉันไม่ควรขอความช่วยเหลือ ฉันไม่ควรต้องการอะไรมากขนาดนี้
จุดเริ่มต้นอยู่ข้างใน
สิ่งที่ exile ต้องการจริง ๆ ไม่ใช่ให้ใครมาไถ่คืนให้ แต่คือ การได้รับฟังจากเรา
เมื่อเราให้พื้นที่มันได้เล่า และบอกมันได้ว่าที่มันรู้สึกแบบนั้นไม่ผิดเลย สิ่งที่เกิดขึ้นกับมันไม่ใช่ความผิดของมัน ความหนักที่มันแบกอยู่ก็เริ่มคลายลง มันไม่ได้พังหรือเสียหาย มันแค่เป็นส่วนหนึ่งที่ติดอยู่กับความเจ็บนั้นมานาน โดดเดี่ยว และเหนื่อยเต็มที
พอทำได้ สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์กับคนอื่นหรือกับงาน แต่คือความสัมพันธ์ที่เรามีกับตัวเอง
ถ้ายังไม่คุ้นกับคำว่า part หรือ Self อ่านพื้นฐาน IFS ก่อนได้ที่นี่ หรือ ลองทำแบบทดสอบดูว่าตอนนี้ part ไหนกำลังทำงานหนักที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง exile และ burden
exile คืออะไร
exile หรือส่วนที่ถูกเนรเทศ คือ part ที่แบกความเจ็บปวดเก่าไว้แทนทั้งระบบ มักเป็นส่วนที่อ่อนไหวและอายุน้อยที่สุด และถูกผลักไปอยู่หลังสุดเพราะการเป็นตัวเองแบบเดิมไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
burden คืออะไร
burden คือความเชื่อและความรู้สึกหนัก ๆ ที่ exile ต้องแบกไว้ เช่น อารมณ์ของฉันมันมากเกินไป หรือ แบบนี้แล้วไม่มีใครรัก มันไม่ใช่ของที่เราเกิดมาพร้อมกัน แต่เป็นของที่ติดมาจากสิ่งที่เกิดขึ้น
exile ต่างจาก protector อย่างไร
exile แบกความเจ็บ ส่วน protector ทำงานเพื่อไม่ให้ความเจ็บนั้นโผล่ขึ้นมา manager จัดระเบียบชีวิตล่วงหน้า ส่วน firefighter พุ่งเข้ามาดับสถานการณ์เมื่อความเจ็บทะลุออกมาแล้ว
จะรู้ได้อย่างไรว่าเรามี exile
สัญญาณที่พบบ่อยคือการตอบสนองแรงเกินเหตุ การวนอยู่ในรูปแบบเดิม อารมณ์ที่รู้สึกว่าไม่ใช่ของตอนนี้ และประโยคที่ขึ้นต้นว่า ฉันไม่ควร
ทำงานกับ exile ด้วยตัวเองได้ไหม
เริ่มจากการสังเกตและรับฟังได้ แต่การเข้าไปหา exile ตรง ๆ ควรทำร่วมกับนักจิตวิทยาที่ผ่านการฝึกอบรมมา เพราะ protector มีเหตุผลของมันที่กันไว้ และการฝ่าเข้าไปโดยไม่ขออนุญาตมักทำให้ระบบปิดแน่นกว่าเดิม