เคยไหม อยากลาออกจากงานที่ทรมานใจมาเป็นปี แต่พอจะเขียนใบลาจริง ๆ ก็มีอะไรบางอย่างในตัวรั้งไว้ หรือตั้งใจแน่วแน่ว่าคืนนี้จะนอนเร็ว แล้วสุดท้ายก็นั่งไถมือถือถึงตีสอง
เราชอบเรียกอาการแบบนี้ว่าไม่มีวินัย หรือหนักกว่านั้นคือคิดว่าตัวเองมีปัญหา แต่มีวิธีมองอีกแบบที่ต่างออกไป และมันเริ่มจากการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในหัวเรา นั่นคือ ตอนนั้นมีมากกว่าหนึ่งเสียงกำลังพูดอยู่
IFS คืออะไร
Internal Family Systems หรือ IFS เป็นแนวคิดทางจิตบำบัดที่ Richard Schwartz พัฒนาขึ้นตั้งแต่ยุค 1980 เขาสังเกตว่าเวลาคนไข้เล่าเรื่องตัวเอง เขาไม่ได้พูดเหมือนคนคนเดียว แต่พูดเหมือนมีหลายคนอยู่ข้างใน "ส่วนหนึ่งของฉันอยากไป แต่อีกส่วนกลัวมาก"
พอเขาลองคุยกับส่วนพวกนั้นทีละส่วน แทนที่จะพยายามทำให้มันหายไป อะไร ๆ ก็เริ่มคลี่คลาย
ทุก part มีเจตนาดี
ข้อที่คนมักแปลกใจที่สุดคือ IFS บอกว่า ไม่มี part ไหนเลวร้าย แม้แต่ part ที่ทำให้เราดื่มหนัก โมโหใส่ลูก หรือด่าตัวเองทุกเช้าที่ส่องกระจก
part พวกนี้ไม่ได้อยากทำร้ายเรา มันแค่ติดอยู่ในบทบาทที่เคยต้องรับตอนที่เราไม่มีทางเลือกอื่น เด็กที่โตมาในบ้านที่พ่อแม่ทะเลาะกันทุกคืนอาจมี part ที่คอยจับอารมณ์คนรอบตัวตลอดเวลา ตอนนั้นมันช่วยให้เขารอด แต่พอโตมามันก็ยังทำงานอยู่ เลยกลายเป็นคนที่เหนื่อยกับการอ่านใจคนอื่นไม่หยุด
มันไม่ได้กำลังทำร้ายคุณ มันกำลังทำงานที่เคยได้รับมอบหมาย ด้วยเครื่องมือเท่าที่มีในวันนั้น
part สามกลุ่มที่ IFS พูดถึง
IFS แบ่ง part ออกเป็นสามกลุ่มคร่าว ๆ ไม่ใช่เพื่อจัดหมวดหมู่คนให้เรียบร้อย แต่เพื่อให้เราเดาได้ว่า เสียงที่ได้ยินอยู่ตอนนี้กำลังพยายามทำอะไรให้เรา
exile — ส่วนที่แบกความเจ็บปวดเก่า
มักเป็นความรู้สึกวัยเด็กที่ไม่มีใครรับฟัง ความอาย ความเหงา ความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าพอ ส่วนอื่น ๆ ทำงานหนักมากเพื่อไม่ให้เราต้องรู้สึกแบบนี้อีก
manager — ส่วนที่คอยควบคุมไว้ก่อน
ทำหน้าที่จัดชีวิตให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ความเจ็บนั้นโผล่ขึ้นมา เช่น
- ความสมบูรณ์แบบที่ไม่เคยพอสักที
- การทำงานหนักเกินตัวจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง
- การเอาใจคนอื่นก่อนเสมอ
- เสียงวิจารณ์ตัวเองที่ดังทุกเช้า
firefighter — ส่วนที่เข้ามาดับไฟตอนสายไปแล้ว
พุ่งเข้ามาเมื่อความเจ็บทะลุออกมาแล้ว มักมาในรูปแบบที่แรงและเร็ว เช่น กินไม่หยุด ดื่ม ช้อปปิ้ง ไถมือถือทั้งคืน หรือระเบิดอารมณ์ใส่คนที่เรารัก
แล้วใครคือตัวเราจริง ๆ
จุดที่ทำให้ IFS ต่างจากแนวคิดอื่นคือความเชื่อว่าใต้ part ทั้งหมดนั้น เรามีสิ่งที่เรียกว่า Self อยู่ และ มันไม่เคยเสียหาย ไม่ว่าจะผ่านอะไรมา
Self ไม่ใช่ part อีกอันหนึ่ง แต่เป็นแกนกลางที่สงบ อยากรู้อยากเห็น เมตตา และกล้าหาญ เวลาเราอยู่กับ Self เราจะรู้สึกโล่ง ไม่ตัดสิน และมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามที่มันเป็น ปัญหาคือส่วนใหญ่แล้ว Self ถูก part บังไว้จนแทบไม่ได้ออกมาหายใจ
การทำ IFS คือการทำอะไรกันแน่
การทำ IFS จึงไม่ใช่การกำจัด part ที่น่ารำคาญทิ้ง แต่คือการค่อย ๆ ขอให้มันถอยออกมานิดหนึ่ง เพื่อให้ Self ได้เข้าไปทำความรู้จักกับมันจริง ๆ
คำถามที่ใช้ก็เรียบง่ายกว่าที่คิด
- มันกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้ามันหยุดทำหน้าที่นี้
- มันทำงานนี้มานานแค่ไหนแล้ว
- ถ้าไม่ต้องแบกงานนี้อีกต่อไป มันอยากทำอะไรแทน
เกือบทุกครั้ง คำตอบจะทำให้เราใจอ่อนกับส่วนที่เราเคยเกลียดที่สุดในตัวเอง
ลองเริ่มจากตรงนี้
คุณไม่ต้องรอเข้าห้องบำบัดถึงจะเริ่มได้ ครั้งหน้าที่รู้สึกอะไรแรง ๆ ลองเปลี่ยนจาก "ฉันโกรธ" เป็น "มีส่วนหนึ่งของฉันที่กำลังโกรธ" แค่คำเดียวที่ต่างไป ก็เปิดช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างเรากับอารมณ์นั้นแล้ว
จากนั้นลองสังเกตว่ามันอยู่ตรงไหนในร่างกาย แน่นหน้าอก ตึงขมับ หรือหนักท้อง แล้วถามตัวเองว่าตอนนี้รู้สึกยังไงกับส่วนนี้ ถ้าคำตอบคือรำคาญหรืออยากให้มันหายไปเร็ว ๆ แปลว่ายังมีอีก part ซ้อนอยู่ ลองขอให้มันรอสักครู่ แล้วดูว่าเหลืออะไร
แต่แค่เปลี่ยนมุมมองว่าเราไม่ได้เสียหาย เราแค่มีส่วนต่าง ๆ ที่เหนื่อยและกลัว ก็ทำให้ใจเบาลงได้มากแล้ว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IFS
IFS คืออะไร
IFS หรือ Internal Family Systems คือแนวคิดทางจิตบำบัดที่ Richard Schwartz พัฒนาขึ้นตั้งแต่ยุค 1980 โดยมองว่าใจของคนเราประกอบด้วยส่วนย่อยหรือ part หลายส่วน ที่ต่างมีความคิดและความรู้สึกของตัวเอง เหมือนครอบครัวหนึ่งที่อยู่ข้างในตัวเรา
การมีหลายเสียงในหัวผิดปกติไหม
ไม่ผิดปกติ IFS มองว่าการมีหลายส่วนเป็นธรรมชาติของใจคนทุกคน ไม่ใช่อาการของโรค สิ่งที่ทำให้ทุกข์ไม่ใช่การมีหลายส่วน แต่คือการที่บางส่วนยังติดอยู่ในบทบาทเก่าที่หนักเกินไปสำหรับชีวิตวันนี้
part ในระบบ IFS มีกี่ประเภท
แบ่งคร่าว ๆ ได้สามกลุ่ม คือ exile ส่วนที่แบกความเจ็บปวดเก่าไว้ manager ส่วนที่คอยควบคุมชีวิตให้เรียบร้อยเพื่อกันไม่ให้ความเจ็บโผล่ขึ้นมา และ firefighter ส่วนที่พุ่งเข้ามาดับสถานการณ์เมื่อความเจ็บทะลุออกมาแล้ว
Self ใน IFS คืออะไร
Self คือแกนกลางของเราที่สงบ อยากรู้อยากเห็น เมตตา และกล้าหาญ IFS เชื่อว่า Self ไม่เคยเสียหายไม่ว่าจะผ่านอะไรมา เพียงแต่มักถูก part ต่าง ๆ บังไว้จนแทบไม่ได้ออกมาหายใจ
IFS ต่างจากการคิดบวกอย่างไร
การคิดบวกมักขอให้เสียงที่ไม่น่าฟังเงียบลง IFS ทำตรงข้าม คือเข้าไปฟังว่าเสียงนั้นกลัวอะไร เพราะส่วนที่ถูกสั่งให้เงียบมักไม่ได้หายไป มันแค่รอจังหวะที่เราอ่อนแรงแล้วค่อยกลับมา
ต้องมีบาดแผลใหญ่ ๆ ถึงจะใช้ IFS ได้ไหม
ไม่ต้อง คนที่ชีวิตดูปกติดีก็มี manager ที่ทำงานหนักและ firefighter ที่มาตอนดึกเหมือนกัน IFS ใช้ได้ตั้งแต่เรื่องเล็กอย่างการผัดวันประกันพรุ่ง ไปจนถึงงานที่ลึกกว่านั้น
เริ่มทำ IFS ด้วยตัวเองได้ไหม
สังเกตและทำความรู้จัก part ของตัวเองได้ เช่น เปลี่ยนจาก “ฉันโกรธ” เป็น “มีส่วนหนึ่งของฉันที่กำลังโกรธ” แต่งานที่ลึกจริง ๆ โดยเฉพาะบาดแผลเก่า ควรทำร่วมกับนักจิตวิทยาที่ผ่านการฝึกอบรมมา
ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะเห็นผล
ต่างกันไปในแต่ละคน แต่สิ่งที่หลายคนสังเกตได้เร็วที่สุดคือระยะห่างเล็ก ๆ ระหว่างตัวเรากับอารมณ์ ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เปลี่ยนคำว่า “ฉันคือ” เป็น “มีส่วนหนึ่งของฉันที่”
ถ้าอยากรู้ว่าใครอยู่ในครอบครัวข้างในของคุณบ้าง อ่านเรื่องเล่าอื่นในคลังของเราต่อได้